[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ครูพันธุ์ใหม่ดอทคอม เว็ปการศึกษา วิทยฐานะครู 1.10 plus

หน้าแรก

ข่าวครู

ปฏิทินกิจกรรม
กระดานสนทนาครู
บทความ สาระน่ารู้
ดาวน์โหลด
สมัครสมาชิกฟรี ๆ
สมาชิกทั้งหมด
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
มุมวิทยฐานะครู
ภาพจากสมาชิกครู
Tag
เว็ปเพื่อนบ้าน
ติดต่อเรา
นำข่าวไปติดเว็ป

สมาชิกเว็บไซต์

หน้าล็อคอิน
Username :

Password
:

          ล็อคอินแบบถาวร

                  



เมนูในระบบ

   
  • อัพเดทข่าวครูอาชีวศึกษา
  •  
  • อัพเดตข่าวชาว สพฐ
  •  
  • ข่าวประกาศจาก สพร.
  •  

     





    Custom Search

    เผยแพร่ผลงานวิชาการ วิทยฐานะครู

     


        การพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด
        ศุกร์ ที่ 1 เดือน เมษายน พ.ศ.2554 

    ผู้เขียน : jarunee101


    ให้คะแนนผลงานวิชาการนี้ :

    Blog หมายเลข 272 | คะแนน Rating: 2.0/5 ดาว (จากจำนวนโหวต 30 votes)

    คำค้น : ผลงานวิชาการ

    การพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน

    เพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด

    The Development of Academic Management Model of Project-

    Based Learning Activities Arrangement for Developing in

    Teacher Model to Pupil Learners, Watboorapa Municipal School,

    Roi-Et Province

    นางจารุณี เพียรคำ

    *

    บทคัดย่อ

     

    ผลการวิจัย พบว่า

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด 2) ออกแบบและพัฒนารูปแบบการบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน 3) การทดลองใช้รูปแบบการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน และ 4) ประเมินความพึงพอใจของครูและนักเรียนที่มีต่อรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ครูจำนวน 14 คน และนักเรียน จำนวน 165 คน สุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ แบบประเมินทักษะ แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของครู และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ทดสอบที แบบไม่อิสระ และการวิเคราะห์เนื้อหา

     

    การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด ปรากฏว่า ครูมีความต้องการที่จะพัฒนาตนเองในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของตนเองให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    2.

    การออกแบบและพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า BOORAPA Model นำไปดำเนินการพัฒนาครูโดยการจัดประชุม

    รองผู้อำนวยการสถานศึกษาชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม

    จังหวัดร้อยเอ็ดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.54, S.D. = 0.42). การทดลองใช้รูปแบบรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียนได้มีการนำรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศภายในไปใช้ในการดำเนินงานให้แก่ครูและนักเรียน ผลการทดลองใช้อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.57, S.D. = 0.65) และผลการเปรียบเทียบการทดลองก่อน-หลังการประชุมเชิงปฏิบัติการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 การประเมินความพึงพอใจและปรับปรุงแก้ไขรูปแบบรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน ปรากฏว่าครูและนักเรียน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (= 4.09, S.D. = 0.28)= 4.54, S.D. = 0.62).= 4.57, S.D. = 0.65) and the pre-post test results yielded its significant different outcomes at P ≤ 0.01. = 4.09, S.D. = 0.28)

    บทนำ

     

    การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้เลือกและสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ผู้เรียนสงสัย สนใจ อยากรู้ โดยเน้นการปฏิบัติจริงจากสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยมีครูคอยกระตุ้นแนะนำอย่างใกล้ชิด ซึ่งหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ อาจบูรณาการทั้งภายในและระหว่างสาระการเรียนรู้หรือเป็นการบูรณาการเฉพาะเรื่องตามลักษณะของสาระการเรียนรู้ หรือเป็นการบูรณาการที่ให้เกิดความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียน โดยพิจารณาจากมาตรฐานการเรียนรู้ที่มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน การจัดการเรียนรู้สำหรับหน่วยการเรียนรู้ในแต่ละช่วงชั้น สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติโครงงานอย่างน้อย 1 โครงงาน

     

    การเรียนรู้แบบโครงงานจึงเป็นการจัดโอกาสให้นักเรียนสามารถใช้ความรู้ ความชำนาญและทักษะ ที่มีอยู่รวมทั้งจุดเด่นของตนเองที่ไม่มีโอกาสได้แสดงออกในที่ใดมาก่อน นำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มที่ ส่งเสริมให้เด็กได้ตัดสินใจได้ด้วยตนเอง มีส่วนร่วมในการคิดกิจกรรมโดยการเป็นผู้สร้างความรู้บ้างแทนที่จะเป็นผู้รับความรู้เพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่มีวันที่จะรับได้หมดแต่ผู้เรียนได้ ลงมือปฏิบัติเอง เขาจะจดจำสิ่งเหล่านั้นติดตัวไปตลอดชีวิต โดยไม่มีวันลืม การเรียนรู้โดยวิธีนี้ อาจทำคนเดียวหรือหลายคนก็ได้แต่ควรจะเริ่มต้นจากความสนใจของนักเรียนจริง ๆ ครูคอยให้คำปรึกษาแนะนำช่วยเหลือทุก ๆ ด้าน เพื่อให้นักเรียนประสบความสำเร็จจากการทำโครงงาน จะเป็นกำลังใจที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งและกระตุ้นให้เกิดความอยากที่จะทำโครงงานชิ้นต่อไป ซึ่งครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้ มีการเตรียมแผนล่วงหน้า และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ด้านผู้เรียน มีความรับผิดชอบมากขึ้นสามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ กล้าแสดงออก

     

    จากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันพบว่าโรงเรียนได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามแนวทางแห่งการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานให้แก่นักเรียน โดยให้นักเรียนได้จัดทำโครงงานเพื่อนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดมา โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ให้เป็นคนเก่ง ดี และมีความสุข ตลอดมา และเมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา 2551-2552 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยรวมในปีการศึกษา 2551 โดยรวมเฉลี่ยเท่ากับ 71.45 ในปีการศึกษา 2552 โดยรวมเฉลี่ยเท่ากับ 70.45 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนลดลง ควรมีการพัฒนาด้านการบริหารงานวิชาการเพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงขึ้น และจากการศึกษาสภาพปัญหา พบว่า ครูขาดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ทำให้นักเรียนไม่ได้ฝึกทักษะ นักเรียนขาดในการวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ ไม่สามารถสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเองได้ เนื่องจากวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูไม่สอดคล้องและสนองตอบต่อแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ ที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) .. 2545 ที่มุ่งหวังให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมุ่งหวังให้จัดการเรียนรู้ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น แต่ครูยังยึดรูปแบบการสอนแบบเดิม ๆ ที่มีครูเป็นศูนย์กลางการสอน ใช้หนังสือและกระดานดำเป็นเครื่องมือในการสอน ครูขาดการวางแผนในการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานไม่เป็นไปตามแนวทางแห่งการจัดการเรียนรู้ และนักเรียนมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสอนของครูเท่านั้น ทำให้การจัดการเรียนรู้ไม่เป็นไปตามแนวทางปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และครูยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นไปตามข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนา

     

    จากสภาพการณ์และปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยในฐานะรองผู้อำนวยการสถานศึกษา รับผิดชอบฝ่ายวิชาการ ได้ตระหนักในปัญหาดังกล่าว จึงมีความสนใจที่จะทำการวิจัยการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน เพื่อให้เกิดการนำกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานมาใช้จัดการเรียนรู้แก่นักเรียนให้เกิดการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนในด้านการเรียนรู้แบบโครงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    วัตถุประสงค์ของการวิจัย

    1.

    เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด

    2.

    เพื่อออกแบบและพัฒนารูปแบบการบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด

    3.

    เพื่อการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด

    4.

    เพื่อประเมินความพึงพอใจของครูและนักเรียนที่มีต่อรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด

    ระเบียบวิธีการวิจัย

    การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด

    เป็นการวิจัยและพัฒนา

    (Research and Development) โดยมีครูผู้สอนและนักเรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด ปีการศึกษา 2553 เป็นหน่วยการวิเคราะห์ (Unit of Analysis) โดยมีแนวคิดสำคัญที่ผู้วิจัยใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน 5 ขั้นตอน

     

     

    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้จากการเปิดตาราง เครจซี่ และ มอร์แกนได้แก่ ครูในโรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จำนวน 14 คน และนักเรียน 165 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบก่อนและหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการ แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินทักษะ แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน และการสนทนากลุ่ม

     

    วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ทดสอบที แบบไม่อิสระ และการวิเคราะห์เนื้อหา

    ผลการวิจัย

    1.

    การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด

     

    การเสนอผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการการพัฒนารูปแบบการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด โดยตอบคำถามการวิจัยข้อที่ 1 คือ การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการพัฒนารูปแบบการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด มีวิธีการดำเนินการอย่างไร โดยมีรายละเอียดดังนี้

     

    ผู้วิจัยได้ดำเนินการประชุมระดมความคิดเห็นกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นครูเกี่ยวกับปัญหาการบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ที่มีปัญหาที่พบปัญหาจากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันพบว่าโรงเรียนได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามแนวทางแห่งการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานให้แก่นักเรียน โดยให้นักเรียนได้จัดทำโครงงานเพื่อนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดมา โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ให้เป็นคนเก่ง ดี และมีความสุข ตลอดมา และเมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา 2551-2552 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยรวมในปีการศึกษา 2551 โดยรวมเฉลี่ยเท่ากับ 71.45 ในปีการศึกษา 2552 โดยรวมเฉลี่ยเท่ากับ 70.45 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนลดลง ควรมีการพัฒนาด้านการบริหารงานวิชาการเพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงขึ้น และจากการศึกษาสภาพปัญหา พบว่า ครูขาดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ทำให้นักเรียนไม่ได้ฝึกทักษะ นักเรียนขาดในการวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ ไม่สามารถสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเองได้ เนื่องจากวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูไม่สอดคล้องและสนองตอบต่อแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ ที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) .. 2545 ที่มุ่งหวังให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมุ่งหวังให้จัดการเรียนรู้ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น แต่ครูยังยึดรูปแบบการสอนแบบเดิม ๆ ที่มีครูเป็นศูนย์กลางการสอน ใช้หนังสือและกระดานดำเป็นเครื่องมือในการสอน ครูขาดการวางแผนในการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานไม่เป็นไปตามแนวทางแห่งการจัดการเรียนรู้ และนักเรียนมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสอนของครูเท่านั้น ทำให้การจัดการเรียนรู้ไม่เป็นไปตามแนวทางปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และครูยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นไปตามข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาสถานศึกษา ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (2549 : 43) และได้สรุปร่วมกันว่าควรจัดให้มีการดำเนินการดังนี้ คือ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศภายในให้แก่ครู

    2.

    การออกแบบและพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า

     

     

     

     

    การพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด“BOORAPA Model” นำไปดำเนินการพัฒนาครูโดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศภายใน ปรากฏว่า รูปแบบมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ครูมีความรู้ ความเข้าใจ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.54, S.D. = 0.42) ดังตารางที่ 1

    ตารางที่

    1 ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากการประเมินผลก่อนและหลังดำเนินการพัฒนา

     

    รูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบ

     

    สู่ผู้เรียน

    ข้อ

    รายการ

    ก่อนดำเนินการ

    หลังดำเนินการ

    S.D.

    ระดับ

    S.D.

    ระดับ

    1

    กิจกรรมโครงงานที่ได้จัดทำ

     

     

     

     

     

     

     

    เป็นไปตามวัตถุประสงค์

    3.37

    1.03

    ปานกลาง

    4.65

    0.53

    มากที่สุด

    2

    เนื้อหาสอดคล้องกับ

               

     

    จุดประสงค์การเรียนรู้

    3.32

    1.05

    ปานกลาง

    4.53

    0.59

    มากที่สุด

    3

    ดำเนินการตามรูปแบบที่ได้

               

     

    จัดทำขึ้น

    3.03

    1.07

    ปานกลาง

    4.60

    0.73

    มากที่สุด

    4

    ดำเนินการตามรูปแบบจัด

               
     

    การเรียนรู้แบบร่วมมือกัน

    3.37

    1.03

    ปานกลาง

    4.55

    0.67

    มากที่สุด

    5

    ใช้เทคนิคหลายรูปแบบมาใช้

               
     

    ในการจัดการเรียนรู้

    3.32

    1.05

    ปานกลาง

    4.53

    0.61

    มากที่สุด

    6

    ได้ใช้เทคนิคตามรูปแบบ

               

     

    การจัดทำโครงงาน

    3.38

    1.03

    ปานกลาง

    4.63

    0.62

    มากที่สุด

    7

    ใช้รูปแบบจัดทำโครงงาน

               

     

    ได้ตามขั้นตอน

    3.43

    1.16

    ปานกลาง

    4.55

    0.65

    มากที่สุด

    8

    จัดกิจกรรมให้สอดคล้อง

               
     

    กับขั้นตอนจัดทำโครงงาน

    3.36

    1.11

    ปานกลาง

    4.63

    0.65

    มากที่สุด

    9

    ได้รู้ถึงแนวทางการจัด

               
     

    ทำโครงงานที่สามารถนำไปใช้

               
     

    บูรณาการได้ทุกกลุ่มสาระ

               
     

    การเรียนรู้

    3.38

    1.03

    ปานกลาง

    4.55

    0.62

    มากที่สุด

    10

    การดำเนินงานได้อย่าง

               
     

    เหมาะสมกับสภาพของการจัด

               
     

    ทำโครงงาน

    3.38

    1.02

    ปานกลาง

    4.65

    1.61

    มากที่สุด

     

     

    ตารางที่

    1 (ต่อ)

    ข้อ

    รายการ

    ก่อนดำเนินการ

    หลังดำเนินการ

    S.D.

    ระดับ

    S.D.

    ระดับ

    11

    การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

               
     

    แบบโครงงานได้ดำเนินไป

               
     

    อย่างถูกต้องตามขั้นตอน

    3.36

    1.12

    ปานกลาง

    4.55

    0.65

    มากที่สุด

    12

    การดำเนินงานทำให้เกิด

               
     

    สิ่งเร้าใจสำหรับจัดทำโครงงาน

    3.36

    1.12

    ปานกลาง

    4.60

    0.72

    มากที่สุด

    13

    การจัดทำโครงงานสามารถ

               
     

    นำไปจัดกิจกรรมจัดทำ

               
     

    โครงงานให้แก่นักเรียนได้

    3.34

    1.12

    ปานกลาง

    4.55

    0.65

    มากที่สุด

     

    รวม

    3.36

    1.12

    ปานกลาง

    4.57

    0.65

    มากที่สุด

    3.

    การทดลองใช้รูปแบบบริหารวิชาการด้านจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด

     

    การทดลองใช้รูปแบบรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียนได้มีการนำรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศภายในไปใช้ในการดำเนินงานให้แก่ครูและนักเรียน ผลการทดลองใช้อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.57, S.D. = 1.12) และผลการเปรียบเทียบการทดลองก่อน-หลังการประชุมเชิงปฏิบัติการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ดังตารางที่ 2

    ตารางที่

    2 เปรียบเทียบพื้นฐานความรู้ของครูก่อน และหลังดำเนินการ (T-test)

     

     

    กลุ่ม

    จำนวน

    คน

     

    S.D.

    df

    t

    Sig

    ก่อน

    14

    3.36

    1.12

    13

    5.667**

    0.01

    หลัง

    14

    4.57

    0.65

     

    *

     

    4.

    มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01การประเมินความพึงพอใจและปรับปรุงแก้ไขรูปแบบบริหารวิชาการด้านจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด

     

    การประเมินความพึงพอใจและปรับปรุงแก้ไขรูปแบบรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โดยการประเมินความพึงพอใจของครูและนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานของครูและนักเรียน ปรากฏว่าครูและนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (= 4.09, S.D. = 0.28) ดังตารางที่ 3

    ตารางที่

    การเรียนรู้ของครูที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบร่วมมือกันเชิงบูรณาการของ

    จากกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน

    3 ความพึงพอใจของนักเรียนของครูและนักเรียนที่มีต่อการพัฒนารูปแบบการจัด

    รายการประเมินความพึงพอใจ

    S.D.

    ระดับ

    อันดับที่

    ด้านการจัดกิจกรรมในการเรียน

    4.12

    0.27

    มาก

    3

    ด้านบรรยากาศในการเรียน

    4.24

    0.43

    มาก

    1

    ด้านระยะเวลาในการเรียน

    4.18

    0.77

    มาก

    2

    ด้านการประเมินผลในการเรียน

    3.79

    0.12

    มาก

    4

    ภาพรวม

    4.09

    0.28

    มาก

     

    ข้อเสนอแนะ

    ผู้วิจัยขอเสนอแนะการวิจัยทั้งเชิงนโยบายและข้อเสนอจากการวิจัยดังนี้

    1.1.1

    ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

     

    ผู้บริหารสถานศึกษาควรกำหนดเป็นนโยบายในการพัฒนารูปแบบรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน

    1.2

    ผู้บริหารสถานศึกษาควรสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนารูปแบบรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน เพื่อนำไปพัฒนาการเรียนการสอน

    2.

    ข้อเสนอแนะจากการวิจัย

    2.1

    จากการวิจัยพบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานยังขาดความบกพร่องในการเขียนรายงานโครงงาน ควรจัดให้มีการนิเทศภายในให้แก่ครูทุกภาคเรียน เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นไปตามขั้นตอนทุกขั้นตอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    2.2

    ผู้บริหารควรจัดให้มีการนิเทศแบบกำกับ ติดตาม ดูแล การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานของครูเพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานดำเนินไปตามขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน

    2.3

    กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน

    ครูผู้สอนควรมีการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับการฝึกปฏิบัติการจัดทำโครงงานให้แก่นักเรียนที่จัดทำโครงงาน เพื่อให้การดำเนินการจัดทำโครงงานดำเนินไปตามขั้นตอนของการจัด

    2.4

    จะทำให้เกิดการพัฒนาด้านศักยภาพได้มากยิ่งขึ้น

    ควรจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่ผู้ปฏิบัติงานตามสภาพการณ์ปัจจุบัน

    2.5

    ควรจัดให้ผู้มีความรู้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเข้าร่วมเป็นผู้นิเทศกับผู้บริหารเพื่อจะได้ให้ข้อเสนอแนะสำหรับนำไปปรับปรุงต่อไป

    ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป

    1.

    ควรศึกษาการพัฒนาการบูรณาการโครงงานเข้ากับสาระการเรียนรู้วิชาต่าง ๆ ให้มากกว่า 1 สาระการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย จัดโครงงานที่มีการบูรณาการ กลุ่มสาระการเรียนรู้หลาย ๆ สาระ

    2.

    ควรศึกษาการพัฒนารูปแบบการวัดและประเมินผล การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแบบโครงงาน โดยใช้หลักการศึกษาค้นคว้าในรูปแบบหลักการวิจัยปฏิบัติการ

     

    ควรมีการศึกษาการปฏิบัติที่ดีในการจัดทำโครงงานและเปรียบเทียบในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้

     

     

     

     

     

     

    บรรณานุกรม

    . การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา.กรุงเทพฯ : .พล(1996), 2544.

    กรมวิชาการ

     

    .

    . การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2543.แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเค้าโครงงาน.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา

     

    ลาดพร้าว, 2542.

    กระทรวงศึกษาธิการ

     

    .

     

    . หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2545.หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2552.

    ทรงจิต สมุทรเขต

    . การพัฒนาบุคลากรในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

     

     

    แบบโครงงานวิทยาศาสตร์ โรงเรียนบ้านขี้เหล็ก อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด.การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2547.

    ทรงศักดิ์ ประคำทอง

    . การพัฒนาบุคลากรด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โรงเรียน

     

    บ้านนางามวิทยาคม อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์.การศึกษาค้นคว้าอิสระ

     

    กศ.ม มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2546.

    บุญชม ศรีสะอาด

    . การวิจัยเบื้องต้น.พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น, 2545.

    สมพงษ์ สุขประเสริฐ

     

    . ความต้องการพัฒนาบุคลากรของพนักงานครูเทศบาล เขตการศึกษา 10รายงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2543.

    สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ

    . 20

     

    วิธีจัดการเรียนรู้:การเรียนรู้โดยการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง.พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์, 2545.

    สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แผนยุทธศาสตร์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา

    ขั้นพื้นฐาน พ.ศ.

    Glickman, C.D. Developmental Supervision : Alternative Practice for Helping Teachers. Washington, D.C. : Association for Supervision and

    Improve Instruction

    Curriculum Development, 1981.

    Niesz, Tallia Marie. “The Project Approach to Learning : How The Project Approach

    Provides Opportunities for Authentic Learning,” Masters Abstracts International.

    42(02) : 378 ; April, 2004

    2547-2553.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2547.

     

    .
    .
    .

    กมล ภู่ประเสริฐ

    3.

     

    สถานศึกษา
    .

     

    Abstract

     

    The studied groups were fourteen teachers and one hundred sixty five pupils and all of them were simply random sampled into this study. The research instruments employed here were interviewing questionnaire, from test skill test and test of satisfaction users toward the model in additional to focus group discussion. The collected data was analyzed and presented in percentage, mean, standard deviation, statistical outcomes of dependent-t-test and its content analysis.

    It was demonstrated as follow:

    This research was aimed to 1) study the basic data necessary for using in the development of academic management model 2) design and develop the model 3) try out the model in the target group 4) evaluate the satisfaction of users toward the model and improve it to use in real practices.

     

    -From the basic data gathered here it was found that the teachers wanted to develop themselves with the project-based learning activities arrangement and this was expected to improve and develop their own academic management better.

     

    -To try out the model with the targeted groups, the results of experiments were shown at the highest level (

    -The targeted groups also had their satisfaction toward the model at high level (

    -In the development of academic management model, BOORAPA Model was constructed and test of its primary feasibility in the academic conference and the internal seminar among teachers it was revealed that the model had its probability and appropriateness of usage. The teachers knew and understood in the learning activities arrangement at the highest level (

    เชิงปฏิบัติการและการนิเทศภายใน ปรากฏว่า มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ ครูมีความรู้ ความเข้าใจ

    3

    4.

    1.

    จำนวนที่เข้าชม : 1416   [ คลิกขึ้นบน ]
     

      แสดงความคิดเห็น
    ชื่อ/อีเมลล์ :  สมาชิกระบบจะกรอกให้อัตโนมัติ
    ใส่รหัสยืนยัน
    ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
    อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
    ข้อความ :


    กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


     
    ผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง
        รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
        การประเมินโครงการส่งเสริมนักเรียนมีคุณลักษณ์ตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน “มารยาทดี มีวินัย ใส่ใจจิตอาสา” โรงเรียนเมืองถลาง สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14
        เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
        เผยแพร่ผลงานทางวิชาการแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ
        เอกสารประกอบการเรียน ชุด พุทธศาสน์คู่ชาติไทย
        เผยแพร่ผลงานวิชาการ
        เผยแพร่ผลงานวิชาการ
        การพัฒนาชุดการเรียนรู้ด้วยคอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่าย สาระเทคโนโลยี และการสื่อสาร เรื่อง การสร้างเว็บไซด์สำเร็จรูปด้วยโปรแกรม CMS ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6


    Krupunmai.com: ข่าวการศึกษา วิทยฐานะครู ความรู้สำหรับครู เผยแพร่ผลงานวิชาการ ครูชำนาญการพิเศษ
    ©Copyright 2012, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

    ลิ้งเพื่อนบ้าน : เกมส์ |